Friday, March 27, 2015

⑭ พัฒนาการของฉันในการเล่าเรื่องเป็นภาษาญี่ปุ่น(I can change!) : New Me!

สวัสดีค่ะ
วันนี้มาส่งงานอีกแล้ว(^_^)
ครั้งนี้ก็เป็นTaskเดิมค่ะ Story Telling
แต่ครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม ต่อจากสองครั้งที่แล้ว
จะมีพัฒนาการหรือการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง ไปดูกันค่ะ

New Me!
 
赤ちゃん③ New Me!


หลังจากได้ทำเป็นครั้งที่สามแล้ว ผู้เขียนได้รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของตนเองดังนี้ค่ะ
 

 内省:


①ใช้~てしまうมากขึ้นในที่ที่ควรใช้ เช่น 顔を合わせてしまいました
②ฉากประสานตากันนึกสำนวน目が合ってしまいましたไม่ออก แต่นึก顔を合わせてしまいましたออกแทน ถือว่ายังดีเพราะไม่ได้ผิดแกรมม่าอะไร
③ผิดคำช่วยน้อยลง แต่พูดช้าลงกว่าครั้งที่แล้วเยอะมาก เพราะระวังมากๆระหว่างพูด ทำให้มีการพูดตะกุกตะกักอยู่บ้าง หากพูดได้ลื่นไหลมากกว่านี้จะดีมาก
④ได้ใช้คำว่า気付かれる
⑤ได้ใช้คำว่า突然
⑥ได้ใช้คำว่า近づくแทนคำว่า行く และคำว่าたどり着くแทนคำว่า着く
⑦ได้ใช้บทบรรยายความคิดตัวละคร เช่น「あっ気付かれてしまった!やばい!」
⑧ได้ใช้擬音語・擬態語มากขึ้นเช่นぐるっとแต่ลืมใช้คำว่าばちっとกับむすっとต่อไปนี้จะพยายามจำสองคำนี้ไปฝึกใช้มากขึ้น
⑨เมื่อลองกลับมาฟังแล้ว คิดว่าเนื้อเรื่องยังขาดการอธิบายความรู้สึกของ赤ちゃんในตอนจบอยู่(ตอนที่ประสานตาครั้งที่สอง) คิดว่าควรจะอธิบายในส่วนนี้ให้มากขึ้น ว่า赤ちゃんตกใจจนงงงวยที่เห็นหมาหันหน้ามาด้านนี้
⑩ในฐานะผู้ฟังรู้สึกว่าตัวเองทำได้ดีขึ้น แต่รู้สึกว่าไม่ควรพูดแค่はいอย่างเดียว ควรลองใช้วิธีซ้ำคำของผู้พูดด้วย


โดยรวมแล้วคิดว่าตัวเองทำได้ดีขึ้นมากเลย
ส่วนเหตุผลที่ทำได้ดีขึ้นขนาดนี้เพราะได้ลองฝึก Monitor ตนเอง
และลองนำไปเปรียบเทียบกับคนญี่ปุ่นว่าตัวเองยังขาดอะไร และผิดตรงไหน
และจำสิ่งที่ตนเองต้องแก้ไขเอาไว้ เวลาใช้จริงก็พูดโดยมีสติว่า "จะไม่ผิดแบบเดิมอีกแล้วนะ!" หรือ
"ตรงจุดนี้ต้องพูดแบบนี้นะ" เป็นต้น

ปกติแล้วเป็นคนไม่ค่อยหันมามองความผิดพลาดของตนเองอย่างจริงจังสักเท่าไหร่
เพราะคิดว่าคิดไปก็เฟลเปล่าๆ
แต่ความจริงแล้วการหันมามองความผิดพลาดคือวิธีการพัฒนาตัวเองที่ดีที่สุดนั่นเอง
เพราะหากเราไม่รู้ว่าสิ่งที่เราต้องแก้คือตรงไหน เราก็จะไม่มีวันพัฒนาได้เลย
เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญคือ"ความกล้า"ที่จะหันมามองความผิดพลาดของตัวเองนั่นเองค่ะ(^_^)
ผู้เขียนอยากจะขอขอบคุณอาจารย์ที่ชี้แนะแนวทางและมอบความกล้าให้นักเรียนทุกคนย้อนกลับมามองความผิดพลาดของตัวเองไว้ณที่นี้ค่ะミ☆ (^人^)

1 comment:

  1. 犬って頭いいんですねー笑。そういえば私の姉も帰省のたびに従姉の子どもと実家の犬とどっちが賢いって比べてました。人の子どもはどんなに遊んであげてどんなになついても数ヶ月会わないと全く覚えてないけど、犬のほうは見つけた瞬間全身で甘えて擦り寄ってくる、と。だから犬のほうがかしこーい、と。
    ところで、「上手」の読み方って何通りあるんですか?

    「顔を合わせてしまう」は私もいいと思います。むしろ「目が合ってしまう」よりもいいかも、というぐらいです。あんなに顔が近づいたならそりゃ目も合うでしょうが、普段どういう時に「目が合う」を使うかなーと考えてみると、電車の中とかで向かいに座ってる知らない人と目が合っちゃって、あ、どうしよう気まずいってなったときとか、授業中先生と目が合っちゃって、あーあてられちゃうかもってときとかかなあと。
    自分で自分の進歩が確認できたのはとても良かったですね。これからも頑張ってください。

    ReplyDelete